หนุ่มโรงงานหายจากกักตัวโควิด-19 ตามบริษัทสั่ง กักตัวครบไม่พบติดเชื้อมีใบรับรอง สุดท้ายไปทำงาน ถูกให้ออก

เปิดใจหนุ่มโรงงานหายจากกักตัวโควิด-19 ถูกบีบให้ออกจากงานร้องสื่อเบื้องต้นประสานคณะทำงาน ผู้ช่วย รมต.ประจำกระทรวงแรงงานเตรียมให้การช่วยเหลือ
ทีมข่าวของเราสอบถามไปยังหนุ่มโรงงานเคราะห์ร้ายรายนี้ ได้ความว่าเป็นพนักงานประจำโรงงานแห่งหนึ่งใน นิคมอุตสาหกรรม เหมราช บ่อวิน เป็นผู้ที่อยู่ใกล้กลุ่มเสี่ยงผู้ติดเชื้อโควิค-19 เมื่อช่วงวันที่ 29 มิ.ย.ที่ผ่านมา ตนมีอาการเจ็บคอคล้ายๆกับเป็นไข้ และ เพื่อความปลอดภัยกับเพื่อนร่วมงานตนจึงแจ้งความประสงค์กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลว่า ตนเองใกล้กลุ่มเสี่ยงผู้เชื้อ

ทางฝ่ายบุคคลแจ้งให้กักตัว14วันและให้ไปตรวจ ตนเองได้ไปตรวจและได้กักตัวครบ ตามกำหนด ผลตรวจจากโรงพยาบาลระยอง ออกมาตนเองไม่เชี้อ แต่อย่างใดผลเป็นลบ จึงส่งใบผลตรวจให้ทางฝ่ายบุคคลโรงงานทราบ แต่ทางโรงงานต้องการใบรับรองแพทย์ซึ่งไม่ใช่ใบแบบนี้ และต้องการให้ตนเองไปตรวจร่างกาย ซึ่งตนเองก็ งง ว่าตรวจ แล้วผลก็ออกมาแล้วจะต้องตรวจอะไรอีก จนกระทั่ง เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา โรงงานได้แจ้งตนว่าไม่ต้องมาทำงานแล้ว จนกว่าจะได้ใบตรวจร่างกายมา ซึ่งตอนนี้เครียดมาก กักตัวเสร็จยังมาตกงาน ในเบื้องต้น

ทางผู้สื่อข่าวได้ติดต่อประสานไปยังนายสถิตย์พงษ์ สุระสา คณะทำงาน นาย สุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน นายสุชาติ ชมกลิ่น รมต.แรงงาน เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้น ได้รับคำยืนยันว่า เจ้าของกิจการ หรือบริษัทและโรงงาน ไม่สามารถกระทำได้ เพราะผิดกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

เนื่องจากการเจ็บป่วยโรคโควิด-19 ถือเป็นการเจ็บป่วยชนิดหนึ่ง ไม่แตกต่างจากการเจ็บป่วยในโรคอื่นๆ พร้อมเตือนเจ้าของกิจการ บริษัท และโรงงาน อย่ากระทำผิดกฎหมาย เพราะมีโทษทั้งจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หากให้แรงงานทั้งพนักงานประจำ หรือลูกจ้างรายวันออกจากงานโดยไม่มีเหตุอันควรและไม่จ่ายค่าชดเชย ขอประชาชนหรือผู้ต้องร่วมงานกับอดีตผู้ป่วยโรคโควิด-19 อย่ากังวลว่าจะติดโรคดังกล่าว เนื่องจาก ขณะนี้มีข้อมูลทางการแพทย์และแนวปฏิบัติว่า ผู้ที่เคยรักษาตัวจากโรคโควิด-19 ที่พ้นระยะ 14 วันแล้ว ถือว่ามีความปลอดภัย สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ยังคงต้องยึดถือปฏิบัติตัวตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ทั้งสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ กินร้อน ช้อนกลาง และใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา

 

สำหรับแรงงานที่มีข้อกังวลใจเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน หรือ ผู้มีเบาะแส สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนประกันสังคม หมายเลข 1506 กด 3 กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือติดต่อที่สำนักงานสวัสดิการคุ้มครองแรงงานที่มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วไทย เพื่อแจ้งข้อร้องเรียนที่เกิดจากการทำงานแต่ไม่เป็นธรรม โดยจะมีเจ้าหน้าที่ เข้าไปติดตามให้การช่วยเหลือทุกกรณีอย่างไรก็ตาม การจะเลิกจ้างแรงงาน ทำได้เพียง 6 กรณี ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรการ 199 6 ข้อ คือ ทุจริต หรือทำผิดอาญา, จงใจทำให้นายจ้างเสียหาย, ประมาทเลินเล่อทำให้นายจ้างเสียหายร้ายแรง, ฝ่าฝืน ข้อบังคับ – ระเบียบ อันชอบด้วยกฎหมาย, หยุดงาน 3วันติดต่อ โดยไม่มีเหตุอันควร และรับโทษจำคุกตามคำสั่งศาล(มีเสียง….)